
การจดทะเบียนบริษัทเป็นก้าวสำคัญของผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ SME, ธุรกิจออนไลน์, ธุรกิจบริการ, บริษัทครอบครัว หรือธุรกิจที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือกับคู่ค้าและลูกค้า แต่คำถามที่เจ้าของธุรกิจหลายคนสงสัยคือ “ควรจดบริษัทเอง หรือควรจ้างสำนักงานกฎหมายช่วยดำเนินการ?”
ในความเป็นจริง ทั้งสองวิธีสามารถทำได้ แต่มีความแตกต่างกันในเรื่องความสะดวก ความถูกต้องของเอกสาร ความเสี่ยงทางกฎหมาย และการวางโครงสร้างบริษัทตั้งแต่แรก หากเลือกวิธีที่เหมาะกับธุรกิจ จะช่วยประหยัดเวลา ลดความผิดพลาด และทำให้การเริ่มต้นบริษัทเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น
จดทะเบียนบริษัทต้องเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง?
ก่อนเปรียบเทียบว่าควรจดทะเบียนบริษัทเองหรือจ้างสำนักงานกฎหมาย ควรเข้าใจก่อนว่าการจดบริษัทไม่ได้มีเพียงการกรอกแบบฟอร์มแล้วจบ แต่เกี่ยวข้องกับหลายองค์ประกอบ เช่น ชื่อบริษัท วัตถุประสงค์ ทุนจดทะเบียน ผู้ถือหุ้น กรรมการ อำนาจกรรมการ ที่ตั้งสำนักงาน ผู้สอบบัญชี และเอกสารประกอบการจดทะเบียน
ปัจจุบันการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดสามารถดำเนินการผ่านระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือดำเนินการผ่านหน่วยงานในสังกัดกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ โดยเอกสารหลักที่เกี่ยวข้อง เช่น แบบคำขอจดทะเบียน รายการจดทะเบียนจัดตั้ง รายละเอียดกรรมการ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น รายงานการประชุมตั้งบริษัท หลักฐานการชำระค่าหุ้น แผนที่ตั้งสำนักงาน และหนังสือมอบอำนาจในกรณีมอบหมายผู้อื่นดำเนินการแทน
นอกจากนี้ บริษัทจำกัดในไทยต้องมีผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และต้องมีการชำระค่าหุ้นอย่างน้อยร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น ตามแนวทางการจดทะเบียนบริษัทจำกัดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
จดบริษัทเองคืออะไร?
การจดบริษัทเอง คือการที่เจ้าของธุรกิจหรือผู้ถือหุ้นดำเนินการจัดเตรียมเอกสาร ยื่นคำขอ และติดตามผลการจดทะเบียนด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์หรือยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีเวลา ศึกษาขั้นตอนด้วยตัวเองได้ และรูปแบบบริษัทไม่ซับซ้อน
ข้อดีของการจดบริษัทเองคือสามารถประหยัดค่าบริการจากผู้เชี่ยวชาญได้บางส่วน โดยเจ้าของธุรกิจจะจ่ายเฉพาะค่าธรรมเนียมราชการและค่าใช้จ่ายประกอบอื่น ๆ เช่น หนังสือรับรอง รับรองสำเนา หรือเอกสารที่ต้องใช้เพิ่มเติม โดยข้อมูลจากคู่มือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด 5,000 บาท หนังสือรับรองรายการละ 40 บาท ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนฉบับละ 100 บาท และรับรองสำเนาเอกสารคำขอจดทะเบียนหน้าละ 50 บาท
อย่างไรก็ตาม การจดเองมีความเสี่ยงเรื่องเอกสารไม่ครบ กรอกข้อมูลผิด เลือกวัตถุประสงค์ไม่ครอบคลุมธุรกิจ กำหนดอำนาจกรรมการไม่เหมาะสม หรือไม่ได้วางแผนภาษีและโครงสร้างผู้ถือหุ้นให้รอบคอบตั้งแต่ต้น
จ้างสำนักงานกฎหมายจดบริษัทคืออะไร?
การจ้างสำนักงานกฎหมาย คือการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลกระบวนการจดทะเบียนบริษัท ตั้งแต่การตรวจชื่อบริษัท ให้คำแนะนำเรื่องโครงสร้างบริษัท จัดเตรียมเอกสาร ยื่นคำขอ ติดตามผล ไปจนถึงให้คำแนะนำเรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลังจดบริษัท
สิ่งที่ต่างจากการจดเองคือ สำนักงานกฎหมายไม่ได้ช่วยเพียง “ยื่นเอกสาร” แต่ช่วยมองความเสี่ยงในเชิงกฎหมายและธุรกิจ เช่น ควรกำหนดอำนาจกรรมการแบบใด ใครควรถือหุ้นเท่าไร ต้องมีข้อตกลงผู้ถือหุ้นหรือไม่ ทุนจดทะเบียนควรตั้งเท่าไร วัตถุประสงค์บริษัทควรครอบคลุมธุรกิจในอนาคตหรือไม่ และหลังจดบริษัทต้องดำเนินการเรื่องภาษี บัญชี ประกันสังคม หรือสัญญาทางธุรกิจเพิ่มเติมอย่างไร
หากบริษัทมีธุรกรรมที่ต้องใช้กับคู่ค้า นักลงทุน ธนาคาร หรือหน่วยงานราชการ การจ้างสำนักงานกฎหมายจะช่วยลดความเสี่ยงจากการจดผิดรูปแบบ และทำให้เอกสารบริษัทมีความพร้อมใช้งานจริงมากกว่า
เปรียบเทียบจดบริษัทเอง vs จ้างสำนักงานกฎหมาย
1. ด้านค่าใช้จ่าย
การจดบริษัทเองมักมีต้นทุนเริ่มต้นต่ำกว่า เพราะจ่ายเพียงค่าธรรมเนียมราชการและค่าเอกสาร แต่ต้องแลกกับเวลาที่ใช้ศึกษาและดำเนินการเอง หากเอกสารผิดหรือถูกตีกลับ อาจเสียเวลาเพิ่มหลายรอบ
ส่วนการจ้างสำนักงานกฎหมายจะมีค่าบริการเพิ่มขึ้น แต่ได้ความสะดวก ความถูกต้อง และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะกรณีที่บริษัทมีผู้ถือหุ้นหลายคน มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน หรือมีแผนทำสัญญาทางธุรกิจต่อเนื่อง
2. ด้านเวลาและความสะดวก
การจดเองเหมาะกับผู้ประกอบการที่มีเวลาตรวจเอกสาร เข้าใจขั้นตอน และสามารถติดตามสถานะได้ด้วยตัวเอง ขณะที่การจ้างสำนักงานกฎหมายช่วยประหยัดเวลา เพราะมีทีมช่วยเตรียมเอกสาร ตรวจสอบข้อมูล และประสานงานแทน
สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องโฟกัสเรื่องการขาย การตลาด การจัดการทีม หรือการเตรียมเปิดกิจการ การจ้างผู้เชี่ยวชาญดำเนินการให้มักคุ้มค่ากว่า เพราะลดเวลาที่ต้องไปเรียนรู้กระบวนการราชการด้วยตัวเอง
3. ด้านความถูกต้องของเอกสาร
เอกสารจดบริษัทต้องมีรายละเอียดหลายส่วน เช่น ชื่อบริษัท ทุนจดทะเบียน จำนวนหุ้น ผู้ถือหุ้น กรรมการ อำนาจกรรมการ ที่ตั้งสำนักงาน และวัตถุประสงค์บริษัท หากกรอกผิดหรือเลือกข้อความไม่เหมาะสม อาจมีผลต่อการทำธุรกรรมในอนาคต
ตัวอย่างเช่น หากกำหนดอำนาจกรรมการไม่ชัด อาจเกิดปัญหาเมื่อต้องเปิดบัญชีธนาคาร ลงนามสัญญา ขอสินเชื่อ หรือทำธุรกรรมกับคู่ค้า หากกำหนดวัตถุประสงค์บริษัทแคบเกินไป อาจต้องเสียเวลาแก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง
4. ด้านความเสี่ยงทางกฎหมาย
การจดบริษัทไม่ใช่แค่การตั้งนิติบุคคล แต่เป็นการกำหนดโครงสร้างสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดระหว่างผู้ถือหุ้น กรรมการ และบริษัท หากไม่ได้วางโครงสร้างให้ดี อาจเกิดปัญหาในภายหลัง เช่น ผู้ถือหุ้นมีข้อพิพาทกัน การโอนหุ้นไม่ชัดเจน กรรมการใช้อำนาจเกินขอบเขต หรือบริษัทไม่มีเอกสารรองรับการตัดสินใจสำคัญ
การจ้างสำนักงานกฎหมายจึงช่วยได้มากในกรณีที่ธุรกิจมีผู้ร่วมลงทุนหลายฝ่าย มีหุ้นส่วนที่ต้องแบ่งผลประโยชน์ ต้องการทำสัญญาผู้ถือหุ้น หรือมีแผนขยายกิจการในอนาคต
5. ด้านงานหลังจดบริษัท
หลังจดบริษัทแล้ว ผู้ประกอบการยังต้องดูแลเรื่องอื่น ๆ ต่อ เช่น การเปิดบัญชีธนาคารบริษัท การทำบัญชี การยื่นภาษี การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในกรณีที่เข้าเงื่อนไข การขึ้นทะเบียนนายจ้างประกันสังคมเมื่อมีลูกจ้าง และการจัดเก็บเอกสารบริษัทให้ถูกต้อง
กรมสรรพากรระบุว่าการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถยื่นได้ทั้งผ่านอินเทอร์เน็ตและยื่นด้วยกระดาษ ณ หน่วยจดทะเบียนที่ตั้งสถานประกอบการ ขณะที่กฎหมายประกันสังคมกำหนดให้นายจ้างที่มีลูกจ้างตามมาตรา 33 ต้องยื่นรายการแสดงรายชื่อผู้ประกันตนภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน
ดังนั้น หากผู้ประกอบการไม่มีทีมบัญชีหรือทีมกฎหมาย การจ้างสำนักงานกฎหมายหรือผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ต้นจะช่วยให้รู้ว่าหลังจดบริษัทต้องดำเนินการอะไรต่อบ้าง เพื่อลดความเสี่ยงจากการละเลยหน้าที่ตามกฎหมาย
จดบริษัทเองเหมาะกับใคร?
การจดบริษัทเองอาจเหมาะกับผู้ประกอบการที่ธุรกิจมีโครงสร้างไม่ซับซ้อน ผู้ถือหุ้นมีไม่กี่คน ไม่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น ไม่มีข้อกำหนดพิเศษด้านอำนาจกรรมการ และเจ้าของธุรกิจมีเวลาเพียงพอในการศึกษาเอกสารและขั้นตอนราชการ
เช่น ธุรกิจขนาดเล็กที่มีเจ้าของหลัก 1–2 คน ธุรกิจออนไลน์เริ่มต้น หรือธุรกิจที่ต้องการจดบริษัทเพื่อออกเอกสารในนามนิติบุคคล โดยยังไม่มีโครงสร้างลงทุนที่ซับซ้อน
จ้างสำนักงานกฎหมายเหมาะกับใคร?
การจ้างสำนักงานกฎหมายเหมาะกับกรณีที่ต้องการความมั่นใจและต้องการวางโครงสร้างบริษัทให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะธุรกิจที่มีลักษณะต่อไปนี้
- มีผู้ถือหุ้นหลายคน หรือมีหุ้นส่วนหลายฝ่าย
- มีนักลงทุนหรือชาวต่างชาติร่วมลงทุน
- ต้องการกำหนดอำนาจกรรมการให้รัดกุม
- ต้องทำสัญญาผู้ถือหุ้น สัญญาร่วมทุน หรือสัญญากับคู่ค้า
- ต้องใช้เอกสารบริษัทกับธนาคาร หน่วยงานรัฐ หรือคู่ค้าต่างประเทศ
- ต้องการประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงเอกสารถูกตีกลับ
- ต้องการคำแนะนำเรื่องภาษี บัญชี แรงงาน และสัญญาหลังจดบริษัท
แบบไหนคุ้มกว่า?
หากมองเฉพาะค่าใช้จ่ายเริ่มต้น การจดบริษัทเองอาจดูประหยัดกว่า แต่หากมองในมุมของเวลา ความถูกต้อง ความเสี่ยง และโครงสร้างบริษัทในระยะยาว การจ้างสำนักงานกฎหมายอาจคุ้มค่ากว่า โดยเฉพาะในธุรกิจที่มีมูลค่าการลงทุนสูง มีผู้ถือหุ้นหลายคน หรือมีแผนขยายกิจการ
คำว่า “คุ้มกว่า” จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาค่าจดบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของธุรกิจ ความพร้อมของเจ้าของกิจการ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
หากธุรกิจของคุณเพิ่งเริ่มต้น มีโครงสร้างเรียบง่าย และคุณมีเวลาศึกษาขั้นตอนเอง การจดบริษัทเองอาจเพียงพอ แต่หากต้องการเริ่มต้นอย่างเป็นระบบ ลดความผิดพลาด และมีเอกสารที่พร้อมใช้งานจริง การจ้างสำนักงานกฎหมายคือทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมกว่า
สรุป: จดบริษัทเองหรือจ้างสำนักงานกฎหมาย ควรเลือกแบบไหนดี?
การจดบริษัทเองเหมาะกับผู้ประกอบการที่ต้องการประหยัดต้นทุนและธุรกิจไม่มีความซับซ้อนมาก แต่ต้องยอมรับว่าต้องใช้เวลาเรียนรู้ขั้นตอน เอกสาร และข้อกำหนดทางกฎหมายด้วยตนเอง
ส่วนการจ้างสำนักงานกฎหมายเหมาะกับผู้ที่ต้องการความมั่นใจ ความถูกต้อง และการวางโครงสร้างบริษัทให้รองรับการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะกรณีที่มีผู้ถือหุ้นหลายฝ่าย มีแผนทำสัญญาทางธุรกิจ หรือไม่ต้องการให้ปัญหาเอกสารเล็ก ๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่ในภายหลัง
ให้ DD Law Firms ช่วยดูแลการจดทะเบียนบริษัทของคุณ
หากคุณกำลังเริ่มต้นธุรกิจ และต้องการจดทะเบียนบริษัทให้ถูกต้องตั้งแต่แรก DD Law Firms สามารถช่วยดูแลได้ครบตั้งแต่การให้คำปรึกษา วางโครงสร้างบริษัท ตรวจสอบชื่อบริษัท จัดเตรียมเอกสาร ยื่นจดทะเบียน ไปจนถึงให้คำแนะนำเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลังจัดตั้งบริษัท
ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเริ่มต้น ธุรกิจครอบครัว SME หรือธุรกิจที่มีผู้ร่วมลงทุนหลายฝ่าย การมีสำนักงานกฎหมายช่วยดูแลตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยง ประหยัดเวลา และทำให้ธุรกิจเริ่มเดินหน้าได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
สามารถติดต่อปรึกษาเรื่องการจดทะเบียนบริษัทได้ที่ DD Law Firms


